ไม่ได้ทําบัญชีมาหลายเดือน ทําไงดี สรุปวิธีแก้ตามภาษี

ไม่ได้ทําบัญชีมาหลายเดือน ทําไงดี สรุปวิธีแก้ตามภาษี

06 ต.ค. 2569   ผู้เข้าชม 1

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังตั้งคำถามว่า ไม่ได้ทําบัญชีมาหลายเดือน ทําไงดี เมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 3 (Q3) ของปี 2569 แนวทางแก้ไขเร่งด่วนคือต้องรวบรวมรายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) ทุกบัญชีมาทำ Bank Reconciliation เพื่อคัดแยกรายรับและรายจ่าย จากนั้นให้รีบยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, 3, 53) และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ย้อนหลังเพื่อหยุดภาระเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน [2] พร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมก่อนสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีเพื่อป้องกันเงินเพิ่มร้อยละ 20 ตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร [3]

สรุปสาระสำคัญ

  • หยุดเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนทันที: หนี้ภาษีค้างชำระทุกประเภทมีภาระเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน) ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร [2] การเร่งยื่นแบบย้อนหลังด้วยตนเองโดยเร็วจะช่วยจำกัดภาระเงินเพิ่มไม่ให้บานปลาย
  • ยื่น ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมก่อนสิ้นปีเพื่อเลี่ยงเงินเพิ่ม 20%: หากยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมพร้อมชำระภาษีก่อนถึงกำหนดเวลาการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ประจำปี จะเสียเงินเพิ่มเพียงร้อยละ 1.5 ต่อเดือน และไม่ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 ของจำนวนภาษีที่ชำระขาดตามมาตรา 67 ตรี [3]
  • รายจ่ายไม่มีใบกำกับภาษียังลงเป็นค่าใช้จ่ายได้: ค่าใช้จ่ายเพื่อกิจการจริงที่ไม่มีใบกำกับภาษี สามารถใช้ใบสำคัญจ่าย (Payment Voucher) แนบสำเนาบัตรประชาชนผู้รับเงิน สลิปโอนเงิน หรือใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน เพื่อบันทึกเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ โดยไม่ต้องบวกกลับเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13)
  • โทษปรับงบการเงินค้างส่ง DBD: การไม่จัดทำบัญชีและไม่นำส่งงบการเงินประจำปี มีโทษปรับเป็นพินัยตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 ประกอบ พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ทั้งต่อนิติบุคคลและกรรมการผู้มีอำนาจจัดการ [5]

บทนำและขอบเขตปัญหา: ผลกระทบเมื่อไม่ได้ทำบัญชีต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 3

สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) การดำเนินธุรกิจช่วงครึ่งปีแรกมักมุ่งเน้นงานขายและการบริหารหน้าร้านจนอาจละเลยงานเอกสารบัญชีและภาษีรายเดือน เมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 3 (เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน) กิจการมักสะสมเอกสารใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และรายการเดินบัญชีที่ยังไม่ได้ลงบันทึกเป็นจำนวนมาก

การปล่อยให้งานบัญชีค้างท่อข้ามมาถึงไตรมาส 3 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานะทางการเงินและการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร 3 ประการหลัก ได้แก่:

  • ความเสี่ยงภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) เกินกำหนด: แบบ ภ.ง.ด.51 มีกำหนดยื่นภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบ 6 เดือนแรก (สิ้นสุดวันที่ 31 สิงหาคมสำหรับรอบปีปฏิทิน) หากไม่มีตัวเลขบัญชีที่แท้จริง กิจการจะไม่สามารถจัดทำประมาณการกำไรสุทธิ ส่งผลให้ขาดกำหนดยื่นแบบหรือประมาณการกำไรสุทธิต่ำกว่าความเป็นจริงเกินร้อยละ 25 [3]
  • ภาระภาษีค้างชำระและเงินเพิ่มรายเดือนสะสม: ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53) มีกำหนดนำส่งทุกเดือน หากค้างชำระนาน 7–9 เดือน จะมีทั้งค่าปรับอาญายื่นช้าและเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนสะสมในทุกงวด [1, 2]
  • ความเสี่ยงภาษีซื้อหมดอายุสิทธิ: ตามประมวลรัษฎากร ภาษีซื้อที่ระบุในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปสามารถนำมาหักกลบภาษีขายได้ภายใน 6 เดือนนับแต่เดือนที่ออกใบกำกับภาษี หากละเลยจนเกิน 6 เดือน กิจการจะหมดสิทธินำภาษีซื้อนั้นมาเครดิตในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม [4]

ทบทวนหลักกฎหมายและหลักเกณฑ์ทางภาษีที่เกี่ยวข้อง

การบันทึกบัญชีย้อนหลังและการยื่นแบบปรับปรุงภาษีต้องดำเนินการตามกรอบประมวลรัษฎากรและกฎหมายวิชาชีพบัญชี โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญดังต่อไปนี้:

1. โทษปรับทางอาญาและเงินเพิ่มจากการยื่นแบบล่าช้า

การไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย (ได้แก่ ภ.ง.ด.50, ภ.ง.ด.51, ภ.พ.30, ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53) มีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร [1] โดยอัตราเปรียบเทียบปรับของกรมสรรพากรโดยทั่วไปกำหนดไว้ที่ 1,000 ถึง 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ยื่นล่าช้า

ในส่วนของเงินเพิ่ม หากมียอดภาษีที่ต้องชำระ กิจการต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ โดยเศษของวันให้นับเป็น 1 เดือนเต็มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร ยอดเงินเพิ่มสะสมสูงสุดจะไม่เกินจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระ [2]

2. หลักเกณฑ์เงินเพิ่มกรณีประมาณการกำไรสุทธิขาดไปตามมาตรา 67 ตรี

ตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องจัดทำประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิทั้งปี และยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 พร้อมชำระภาษีกึ่งหนึ่งของประมาณการภายใน 2 เดือนนับแต่สิ้นรอบ 6 เดือนแรก หากกิจการไม่ยื่นแบบ หรือยื่นแบบโดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิจริงทั้งปีโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 ของจำนวนภาษีที่ชำระขาดไปตามมาตรา 67 ตรี [3]

อย่างไรก็ตาม ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542 หากผู้ประกอบการตรวจสอบพบว่าไม่ได้ยื่นแบบหรือประมาณการไว้ต่ำเกินไป และได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมพร้อมชำระภาษีให้ครบถ้วนก่อนการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ประจำปี กิจการจะเสียเพียงเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของภาษีที่ชำระเพิ่มเติมตามมาตรา 27 โดยไม่ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 ตามมาตรา 67 ตรี [2, 3] ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิธีคำนวณค่าปรับ ภ.ง.ด.51 และการลดเงินเพิ่ม

3. เบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ค้างยื่นแบบ ภ.พ.30 กฎหมายกำหนดเบี้ยปรับตามมาตรา 89 แห่งประมวลรัษฎากร สูงสุด 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ [4] อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการดำเนินการยื่นแบบและชำระภาษีเพิ่มเติมด้วยตนเองโดยที่เจ้าพนักงานสรรพากรยังไม่ได้ออกหมายเรียกตรวจสอบ กรมสรรพากรมีระเบียบตามมาตรา 89/1 ให้ปรับลดเบี้ยปรับลงได้ตามสัดส่วนระยะเวลาที่ยื่นล่าช้า [4]

4. หน้าที่ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

นิติบุคคลมีหน้าที่ต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด และจัดทำงบการเงินนำส่งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 5 เดือนนับแต่วันปิดรอบระยะเวลาบัญชีตามมาตรา 11 และมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 หากละเลยไม่จัดทำบัญชีและไม่นำส่งงบการเงิน มีโทษปรับเป็นพินัยตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ทั้งในส่วนของนิติบุคคลและกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม [5]

5 ขั้นตอนเคลียร์งบค้าง Q3 และแนวทางปฏิบัติเมื่อไม่ได้ทำบัญชีมาหลายเดือน

การเคลียร์บัญชีค้างสะสม (Backlog Accounting) คือกระบวนการรวบรวม ตรวจสอบ ยืนยันยอด และบันทึกรายการทางการเงินย้อนหลังตั้งแต่ต้นรอบบัญชีจนถึงงวดปัจจุบัน เพื่อปรับปรุงฐานะทางการเงินและยื่นภาษีย้อนหลังให้ถูกต้องตามกฎหมาย

แนวทางปฏิบัติ 5 ขั้นตอนในการเคลียร์งบค้างไตรมาส 3 มีดังนี้:

ขั้นตอนที่ 1: รวบรวม Statement ทุกบัญชีและทำ Bank Reconciliation ย้อนหลัง 9 เดือน

ดาวน์โหลดรายการเดินบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ (Bank Statement) ของทุกบัญชีเงินฝากในนามบริษัท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 จนถึงสิ้นสุดไตรมาส 3 นำมาจัดทำ Bank Reconciliation เทียบกับสลิปการโอนเงินและหลักฐานการรับ-จ่าย โดยคัดแยกรายการออกเป็น 3 ประเภทหลัก:

  • รายรับจากการดำเนินงาน: กระทบยอดเงินเข้ากับใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และรายงานภาษีขาย เพื่อตรวจสอบรายได้ที่ตกหล่น
  • รายจ่ายค่าสินค้าและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน: ตรวจสอบรายการเงินออกจากบัญชีว่ามีใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการจ่ายเงินครบถ้วนหรือไม่
  • รายการที่ไม่ใช่รายได้/รายจ่ายดำเนินงาน: เช่น เงินโอนเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้น หรือรายการเงินกู้ยืมระหว่างกรรมการกับบริษัท ซึ่งต้องจัดทำสัญญากู้ยืมเงินและคิดดอกเบี้ยตามเกณฑ์สรรพากร

ขั้นตอนที่ 2: คัดแยกและจัดหมวดหมู่เอกสารภาษีรายเดือน (VAT และ WHT)

จัดแยกเอกสารออกเป็นรายเดือนตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน โดยแบ่งกลุ่มภาษีออกเป็น 2 ส่วน:

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53): รวบรวมรายการจ่ายค่าจ้าง เงินเดือน ค่าบริการ ค่าจ้างทำของ ค่าโฆษณา และค่าเช่า จัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ตามมาตรา 50 ทวิ) พร้อมสรุปยอดภาษีที่ต้องนำส่งในแต่ละเดือน
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30): ตรวจสอบใบกำกับภาษีขาย (Tax Invoice) และใบกำกับภาษีซื้อ (Input Tax) โดยใบกำกับภาษีซื้อแบบเต็มรูปตามมาตรา 86/4 สามารถนำมาหักออกจากภาษีขายในแบบ ภ.พ.30 ได้ภายใน 6 เดือนนับจากเดือนที่ออกเอกสาร [4]

ขั้นตอนที่ 3: เคลียร์ปัญหารายจ่ายที่ไม่มีใบเสร็จหรือเอกสารไม่สมบูรณ์

กรณีมีรายการเงินจ่ายออกจากบัญชีแต่ไม่มีใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงิน ให้จัดการตามหลักเกณฑ์ประมวลรัษฎากรเพื่อป้องกันการถูกประเมินเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี ดังนี้:

  • กรณีผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา (เช่น ค่าจ้างเหมา ค่าบริการ): ให้จัดทำ ใบสำคัญจ่าย (Payment Voucher) แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับเงินพร้อมลงนามรับเงิน และแนบหลักฐานสลิปการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร พร้อมทั้งหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
  • กรณีค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดมูลค่าไม่สูง: ให้พนักงานผู้จ่ายเงินจัดทำ ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน (แบบ บช.1) เพื่อรับรองว่าเป็นการจ่ายจริงเพื่อประโยชน์ของกิจการ
  • กรณีไม่มีหลักฐานพิสูจน์ตัวตนผู้รับเงินได้: ต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชี แต่ต้องปรับปรุงบวกกลับ (Add back) เป็นรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ตาม แนวทางการจัดการรายจ่ายต้องห้ามทางภาษี

ขั้นตอนที่ 4: คำนวณภาษีและยื่นแบบย้อนหลังเพื่อหยุดเงินเพิ่ม

เมื่อกระทบยอดและจำแนกเอกสารครบถ้วน ให้ดำเนินการยื่นแบบภาษีย้อนหลังผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรตามลำดับความสำคัญ:

  1. ยื่นแบบ ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 ย้อนหลังในงวดที่มีการจ่ายเงินได้ พร้อมชำระภาษีและเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน [2]
  2. ยื่นแบบ ภ.พ.30 ย้อนหลังรายเดือน ชำระภาษีส่วนต่าง พร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน และคำนวณเบี้ยปรับที่ขอลดหย่อนตามมาตรา 89/1 [4]
  3. ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมพร้อมชำระภาษีครึ่งปี เพื่อหยุดภาระเงินเพิ่มและปลดความรับผิดตามมาตรา 67 ตรี [3]

ตรวจสอบรายการเอกสารที่ต้องใช้เตรียมการอย่างละเอียดได้ที่ เช็กลิสต์การทำบัญชีย้อนหลัง

ขั้นตอนที่ 5: วางแผนภาษีช่วงไตรมาส 4 และตั้งระบบบันทึกบัญชีใหม่

เมื่อปรับปรุงรายการบัญชี 9 เดือนแรกเสร็จสิ้น กิจการจะทราบตัวเลขกำไรสุทธิทางบัญชีและภาษีที่แท้จริง ณ สิ้นไตรมาส 3 ทำให้สามารถประมาณการภาระภาษีทั้งปีและวางแผนภาษีในไตรมาสที่ 4 ได้อย่างถูกต้อง เช่น การบริหารจัดการสต็อกสินค้า การลงทุนในทรัพย์สินเพื่อคำนวณค่าเสื่อมราคาตามมาตรา 65 ทวิ (2) และการวางระบบเอกสารดิจิทัลเพื่อส่งมอบให้นักบัญชีเป็นรายเดือนอย่างสม่ำเสมอ

วิเคราะห์และเปรียบเทียบ: ทางเลือกในการจัดการเอกสารค้างและประเด็นรายจ่ายไม่มีใบกำกับภาษี

การจัดการเอกสารบัญชีที่ไม่สมบูรณ์อย่างถูกวิธีช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกประเมินภาษีย้อนหลัง ตารางด้านล่างนี้เปรียบเทียบแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องกับความเสี่ยงจากการละเลยเอกสาร:

ประเภทรายการ การจัดการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผลกระทบทางภาษี (ถ้าทำถูกต้อง) ความเสี่ยง (ถ้าละเลยหรือไม่จัดการ)
ค่าจ้างบริการบุคคลธรรมดา (ไม่มีใบเสร็จ) จัดทำใบสำคัญจ่าย + หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.3) + แนบสำเนาบัตรประชาชนและหลักฐานการโอนเงิน บันทึกเป็นรายจ่ายทางภาษีได้เต็มจำนวนตามมาตรา 65 ทวิ ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) ต้องบวกกลับและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้น
ภาษีซื้อค้างยื่นไม่เกิน 6 เดือน นำมาลงรายงานภาษีซื้อและนำไปยื่นเครดิตภาษีในแบบ ภ.พ.30 งวดปัจจุบันได้ตามมาตรา 82/3 [4] นำภาษีซื้อมาหักกลบภาษีขายได้ตามสิทธิ ช่วยลดภาระภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องจ่ายจริง หากพ้นกำหนด 6 เดือน จะหมดสิทธินำมาเครดิตภาษีซื้อ ต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีเท่านั้น
แบบ ภ.ง.ด.51 ไม่ได้ยื่นในเดือนสิงหาคม คำนวณกำไร 9 เดือน จัดทำประมาณการทั้งปี และยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมใน Q3 เสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนเฉพาะส่วนที่ชำระเพิ่มเติม [2] หากปล่อยไว้จนถึงการยื่น ภ.ง.ด.50 จะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 ของภาษีที่ชำระขาดตามมาตรา 67 ตรี [3]
รายการเงินโอนเข้าบัญชีไม่ทราบที่มา สอบทานแหล่งที่มา หากเป็นเงินกู้ยืมกรรมการ ให้ทำสัญญากู้ยืมและมติที่ประชุมรองรับ แยกเงินกู้ยืมออกจากรายได้จากการขาย ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้ สรรพากรอาจประเมินเป็นรายได้จากการขายที่ตกหล่น เสีย VAT 7% พร้อมเบี้ยปรับสูงสุด 2 เท่า และเงินเพิ่ม [4]

กรณีศึกษา: ตัวอย่างสมมุติการเคลียร์งบค้าง 9 เดือนของธุรกิจในเชียงใหม่

(หมายเหตุ: ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นแบบจำลองเพื่อแสดงขั้นตอนการคำนวณภาษี ค่าปรับอาญา และเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร)

บริษัท เชียงใหม่ คราฟท์ โปรดักส์ จำกัด ประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีรอบระยะเวลาบัญชี 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569 บริษัทไม่ได้จัดทำบัญชีและไม่ได้ยื่นแบบภาษีใดๆ ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง กันยายน 2569 (รวม 9 เดือน) และเริ่มเข้าสู่กระบวนการเคลียร์บัญชีย้อนหลังในวันที่ 6 ตุลาคม 2569

ข้อมูลทางการเงินที่รวบรวมได้จากการทำ Bank Reconciliation (งวด 9 เดือน):

  • ยอดขายสินค้ารวมทั้งสิ้น: 4,280,000 บาท (รวม VAT 7% คิดเป็นยอดขายก่อน VAT 4,000,000 บาท และภาษีขาย 280,000 บาท)
  • ภาษีซื้อที่มีใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมาย: 140,000 บาท
  • ค่าจ้างทำของบุคคลธรรมดา (มีหลักฐานใบสำคัญจ่าย ค้างหัก ณ ที่จ่าย 3%): 300,000 บาท (คิดเป็นภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างนำส่ง 9,000 บาท)
  • ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 หลังปรับปรุงรายการ: 800,000 บาท (อัตราภาษีนิติบุคคล SME: กำไร 300,000 บาทแรกได้รับการยกเว้น, กำไรส่วน 300,001 - 800,000 บาท อัตรา 15% คิดเป็นภาษีเงินได้ทั้งปี 75,000 บาท)

ขั้นตอนการคำนวณภาระภาษีและเงินเพิ่มที่ต้องชำระย้อนหลัง:

1. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.3 ย้อนหลัง 9 เดือน):

  • ภาษีค้างชำระ: 9,000 บาท
  • ค่าปรับอาญายื่นล่าช้า: เฉลี่ยเดือนละ 200 บาท รวม 9 งวด = 1,800 บาท [1]
  • เงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (คิดตามระยะเวลาค้างของแต่ละงวด เฉลี่ย 4 เดือน): 9,000 × 1.5% × 4 = 540 บาท [2]
  • รวมภาษีและค่าปรับส่วน ภ.ง.ด.3 = 11,340 บาท

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30 ย้อนหลัง 9 เดือน):

  • ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระ (ภาษีขาย 280,000 - ภาษีซื้อ 140,000) = 140,000 บาท
  • ค่าปรับอาญายื่นล่าช้า: 9 งวด × 500 บาท = 4,500 บาท [1]
  • เงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (เฉลี่ยสะสม 4.5 เดือน): 140,000 × 1.5% × 4.5 = 9,450 บาท [2]
  • เบี้ยปรับ: ยื่นชำระด้วยตนเองก่อนเจ้าพนักงานออกหมายเรียก ขอลดหย่อนเบี้ยปรับตามมาตรา 89/1 เหลือชำระ 20% ของเบี้ยปรับเต็ม = 28,000 บาท [4]
  • รวมภาษีและค่าปรับส่วน ภ.พ.30 = 181,950 บาท

3. ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51 ยื่นเพิ่มเติมเดือนตุลาคม 2569):

  • กึ่งหนึ่งของประมาณการภาษีทั้งปี: 75,000 ÷ 2 = 37,500 บาท
  • ค่าปรับอาญายื่นแบบล่าช้า (ยื่นเกินกำหนด 31 สิงหาคม 2569): 2,000 บาท [1]
  • เงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (ยื่นล่าช้า 2 เดือน คือ กันยายน และ ตุลาคม): 37,500 × 1.5% × 2 = 1,125 บาท [2]
  • ผลประโยชน์ที่ได้รับ: การยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ในเดือนตุลาคม ทำให้บริษัทไม่ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 ตามมาตรา 67 ตรี ซึ่งหากปล่อยไว้จนถึงการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ประจำปี จะต้องเสียเงินเพิ่มส่วนนี้สูงถึง 7,500 บาท (37,500 × 20%) [3]
  • รวมภาษีและค่าปรับส่วน ภ.ง.ด.51 = 40,625 บาท

สรุปผลการคำนวณ: การเข้าเคลียร์งบค้างด้วยตนเองในไตรมาส 3 ช่วยให้บริษัทประหยัดเบี้ยปรับเต็มจำนวนและตัดภาระเงินเพิ่มร้อยละ 20 ตามมาตรา 67 ตรี คิดเป็นมูลค่าประหยัดได้มากกว่า 100,000 บาท เมื่อเทียบกับการปล่อยให้กรมสรรพากรออกหมายเรียกตรวจสอบ [3, 4]

แนวทางเลือกผู้เชี่ยวชาญ รับทำบัญชี เชียงใหม่ และการตรวจสอบสถานะผู้ทำบัญชี

หากผู้ประกอบการมีข้อจำกัดด้านเวลาและความเชี่ยวชาญทางภาษี การว่าจ้างสำนักงานบัญชีเข้ามาปรับปรุงงบค้างถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพงานและมาตรฐานความรับผิดชอบ ควรตรวจสอบคุณสมบัติของผู้รับทำบัญชีดังต่อไปนี้:

  1. ตรวจสอบสถานะผู้ทำบัญชีบนระบบ e-Accountant ของ DBD: ตรวจสอบว่านักบัญชีมีรายชื่อขึ้นทะเบียนถูกต้องตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และมีสถานะคงอยู่ในการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) ตามเกณฑ์ของสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TFAC) [5]
  2. เลือกผู้ให้บริการที่ใช้ระบบบัญชีและเอกสารดิจิทัล: สำนักงานบัญชีควรมีระบบเชื่อมโยงข้อมูล Bank Statement และสลิปโอนเงินผ่านระบบคลาวด์ เช่น FlowAccount หรือซอฟต์แวร์บัญชีมาตรฐาน เพื่อลดความผิดพลาดและป้องกันเอกสารสูญหาย
  3. ตรวจสอบขอบเขตงานบริการเคลียร์งบค้าง: สัญญาจ้างควรระบุครอบคลุมการกระทบยอดบัญชีธนาคาร การจัดทำทะเบียนทรัพย์สิน การยื่นแบบปรับปรุงภาษีย้อนหลังทุกประเภท และการจัดเตรียมงบการเงินเพื่อส่งมอบให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและลงนาม

สำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือ สามารถพิจารณาเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการ รับทำบัญชี เชียงใหม่ เพื่อให้สามารถเข้ามาตรวจสอบเอกสารหลักฐานตัวจริงที่สถานประกอบการได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เปิดบริษัททิ้งไว้ ไม่เคยทำบัญชีและไม่เคยยื่นภาษี จะโดนค่าปรับเท่าไร?

การเปิดบริษัททิ้งไว้โดยไม่ทำบัญชีและไม่ยื่นแบบภาษี จะมีโทษปรับทางอาญาจากกรมสรรพากรสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทต่อแบบแสดงรายการตามมาตรา 35 [1] พร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของภาษีที่ค้างชำระตามมาตรา 27 [2] และมีโทษปรับเป็นพินัยจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กรณีไม่นำส่งงบการเงินสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ทั้งในส่วนของนิติบุคคลและกรรมการผู้มีอำนาจจัดการตามกฎหมาย [5]

ลืมยื่นภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ในช่วงสิงหาคม ต้องทำอย่างไร มีค่าปรับเท่าไร?

หากลืมยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ภายในกำหนดสิ้นเดือนสิงหาคม ให้รีบจัดทำประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบเพิ่มเติมพร้อมชำระภาษีทันทีก่อนยื่น ภ.ง.ด.50 ประจำปี โดยจะต้องชำระค่าปรับอาญาไม่เกิน 2,000 บาท [1] และเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 27 [2] ซึ่งการยื่นก่อนสิ้นรอบบัญชีจะทำให้ได้รับยกเว้นเงินเพิ่มร้อยละ 20 ตามมาตรา 67 ตรี [3]

เอกสารค่าใช้จ่ายหาย ไม่มีใบกำกับภาษีตัวจริง สามารถลงบัญชีได้ไหม?

สามารถบันทึกเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ หากมีหลักฐานยืนยันการจ่ายเงินจริงเพื่อประโยชน์ของกิจการ เช่น ใบสำคัญจ่ายแนบสำเนาบัตรประชาชนผู้รับเงิน สลิปโอนเงิน หรือใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน แต่จะไม่สามารถนำภาษีซื้อมาใช้หักกลบในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เว้นแต่จะติดต่อผู้ขายเพื่อขอออกใบแทนใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/12 แห่งประมวลรัษฎากร [4]

ไม่ได้ยื่น ภ.พ.30 และภาษีหัก ณ ที่จ่ายหลายเดือน ยื่นย้อนหลังอย่างไรไม่ให้โดนตรวจเข้ม?

การยื่นแบบ ภ.พ.30 และภาษีหัก ณ ที่จ่ายย้อนหลังหลายเดือนอย่างถูกต้อง ควรจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขายและกระทบยอด Statement ให้ครบถ้วน แล้วยื่นแบบผ่านระบบ e-Filing พร้อมชำระภาษีและเงินเพิ่มด้วยตนเองก่อนได้รับหนังสือเตือนจากเจ้าพนักงาน เพื่อให้ได้รับสิทธิลดหย่อนเบี้ยปรับตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร [4]

บทสรุป

การสะสมงานบัญชีค้างท่อจนถึงไตรมาส 3 สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นระบบโดยเริ่มจากการทำ Bank Reconciliation เพื่อยืนยันยอดรายรับ-รายจ่าย คัดแยกเอกสารภาษีรายเดือน เคลียร์รายการจ่ายที่ไม่มีใบเสร็จ และยื่นแบบภาษีย้อนหลังเพื่อหยุดภาระเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน พร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมให้ถูกต้องก่อนสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกประเมินภาษีย้อนหลังและประหยัดค่าปรับได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ร้านค้าปลีกหรือธุรกิจบริการที่ต้องการควบคุมเอกสารยอดขายและสต็อกสินค้าให้เป็นระบบตั้งแต่ต้นทาง สามารถนำระบบโปรแกรมขายหน้าร้าน (POS) และระบบจัดการสต็อกสินค้ามาใช้งาน โดยลูกค้าที่ใช้บริการทำบัญชีรายเดือนกับสำนักงานบัญชีจะมีสิทธิใช้งานโปรแกรม POS ฟรีเมื่อใช้บริการบัญชีรายเดือน ซึ่งช่วยให้การบันทึกบัญชีปลายงวดมีความถูกต้องและตรวจสอบได้ทันที

เอกสารอ้างอิง

  1. กรมสรรพากร. (2569). ประมวลรัษฎากร มาตรา 35 โทษปรับทางอาญากรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษี. สืบค้นจาก https://www.rd.go.th
  2. กรมสรรพากร. (2569). ประมวลรัษฎากร มาตรา 27 เงินเพิ่มจากการชำระภาษีล่าช้า. สืบค้นจาก https://www.rd.go.th
  3. กรมสรรพากร. (2542). คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542 และประมวลรัษฎากร มาตรา 67 ทวิ, มาตรา 67 ตรี. สืบค้นจาก https://www.rd.go.th
  4. กรมสรรพากร. (2569). ประมวลรัษฎากร มาตรา 89 และมาตรา 89/1 เบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มและการลดเบี้ยปรับ. สืบค้นจาก https://www.rd.go.th
  5. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. (2565). พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565. สืบค้นจาก https://www.dbd.go.th

หากคุณกำลังประสบปัญหาบัญชีค้างสะสม เอกสารไม่ลงตัว หรือรู้สึกไม่สบายใจกับการประสานงานของสำนักงานบัญชีเดิม สามารถเปลี่ยนมาให้ทีมงานมืออาชีพเข้ามาช่วยดูแลและวางระบบใหม่ได้อย่างราบรื่น ปรึกษาเบื้องต้นได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติดต่อ YMTD Accounting Partner เชียงใหม่ โทร 081-542-3019 หรือแอด LINE: @premwittawat

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา อ้างอิงกฎหมายและประกาศที่ใช้บังคับ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรณีของแต่ละธุรกิจมีรายละเอียดต่างกัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ


บทความที่เกี่ยวข้อง

ประกันสังคม 2569 — สรุปครบทุกเรื่อง ที่คุณต้องรู้!
26 เม.ย. 2569

ประกันสังคม 2569 — สรุปครบทุกเรื่อง ที่คุณต้องรู้!

ความรู้ บัญชีภาษี
ปิดงบการเงิน 2569: SME ต้องรู้! ข้อควรระวังกฎหมายใหม่
13 มิ.ย. 2569

ปิดงบการเงิน 2569: SME ต้องรู้! ข้อควรระวังกฎหมายใหม่

ความรู้ บัญชีภาษี
ทำบัญชีย้อนหลัง [2569] เช็กลิสต์ 5 เอกสารต้องเคลียร์
05 ต.ค. 2569

ทำบัญชีย้อนหลัง [2569] เช็กลิสต์ 5 เอกสารต้องเคลียร์

ความรู้ บัญชีภาษี