ทำบัญชีย้อนหลัง [2569] เช็กลิสต์ 5 เอกสารต้องเคลียร์

ทำบัญชีย้อนหลัง [2569] เช็กลิสต์ 5 เอกสารต้องเคลียร์

05 ต.ค. 2569   ผู้เข้าชม 1

การทำบัญชีย้อนหลัง คือกระบวนการรวบรวม จำแนกหมวดหมู่ ตรวจสอบความถูกต้อง และบันทึกรายการธุรกรรมทางการค้าทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอดีตแต่ยังไม่ได้ลงบัญชีหรือยื่นแบบภาษีให้ครบถ้วน เพื่อจัดทำงบการเงินและยื่นภาษีย้อนหลังให้สอดคล้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินและประมวลรัษฎากร สำหรับผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรมบูติก หรือธุรกิจบริการ ที่ผ่านช่วงไฮซีซั่นอันหนาแน่น การทุ่มเทเวลาบริหารหน้าร้านจนเอกสารรายรับ-รายจ่ายคั่งค้างข้ามเดือนเป็นอุปสรรคที่พบได้เสมอ อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้เอกสารสะสมจนถึงช่วงปิดงบสิ้นปี 2569 จะเพิ่มความเสี่ยงจากการถูกประเมินภาษีย้อนหลังและเบี้ยปรับเงินเพิ่มโดยไม่จำเป็น

ทำไมการทำบัญชีย้อนหลังจึงสำคัญ และจะเกิดอะไรขึ้นหากปล่อยทิ้งไว้ข้ามปี?

ในระบบบริหารการจัดเก็บภาษีอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน ข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่าย และใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ถูกเชื่อมโยงผ่านฐานข้อมูลกลางอย่างเป็นระบบ การละเลยไม่จัดทำบัญชีให้เป็นปัจจุบันส่งผลกระทบทางกฎหมายและภาระทางการเงินโดยตรง ดังนี้:

  • เบี้ยปรับและเงินเพิ่มทางภาษี: ประมวลรัษฎากร มาตรา 89 กำหนดเบี้ยปรับสูงสุด 1 ถึง 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระหรือนำส่ง และมาตรา 89/1 กำหนดเงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) คำนวณจากยอดภาษีที่ค้างชำระนับแต่วันพ้นกำหนดจนถึงวันชำระ โดยไม่มีการตัดยอดเงินเพิ่มจนกว่าจะถึงเพดานเท่ากับจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสีย
  • โทษปรับตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543: นิติบุคคลที่ไม่จัดทำบัญชีหรือไม่ส่งงบการเงินต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทสำหรับตัวนิติบุคคล และปรับกรรมการผู้มีอำนาจอีกไม่เกิน 50,000 บาท รวมโทษปรับสูงสุด 100,000 บาทต่อรอบปีบัญชี
  • การสูญเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษี SMEs: ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 583) นิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี จะได้รับอัตราภาษี SME (กำไรสุทธิ 300,000 บาทแรก อัตรา 0% และ 300,001 – 3,000,000 บาท อัตรา 15%) หากไม่มีการบันทึกบัญชีอย่างถูกต้อง เอกสารรายจ่ายจะถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (9) และ (18) ส่งผลให้ไม่สามารถนำรายจ่ายจริงมาหักกำไรได้ และต้องเสียภาษีจากฐานกำไรที่สูงเกินจริง

เช็กลิสต์ 5 เอกสารสำคัญที่ต้องรีบเคลียร์สำหรับทำบัญชีย้อนหลัง

เพื่อให้นักบัญชีสามารถสะสางรายการและปิดงบการเงินได้อย่างแม่นยำ เจ้าของธุรกิจควรจัดเตรียมเอกสารหลัก 5 หมวดหมู่ต่อไปนี้ให้ครบถ้วนก่อนส่งมอบงาน:

1. รายการเคลื่อนไหวทางบัญชีธนาคาร (Bank Statement)

ขอรายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนธันวาคมของทุกบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล พร้อมสลิปโอนเงินสำคัญ หากมีการใช้บัญชีส่วนตัวของกรรมการรับเงินค่าสินค้าหรือสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายบริษัท ต้องดึงรายการเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องออกมาด้วย เพื่อให้นักบัญชีใช้จัดทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร (Bank Reconciliation) ตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างกระแสเงินสดและรายการค้า

2. เอกสารฝั่งรายได้และภาษีขาย

รวบรวมต้นฉบับสำเนาใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีขาย (ทั้งแบบเต็มรูปและอย่างย่อ) รายงานยอดขายประจำวันจากระบบ POS และรายงานสรุปการรับเงินจากช่องทางดิจิทัล เช่น QR Payment, บัตรเครดิต หรือแพลตฟอร์ม Delivery โดยยอดขายทั้งหมดต้องนำมาตรวจสอบให้ตรงกับรายงานภาษีขายและยอดที่ยื่นในแบบ ภ.พ.30 (กรณีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)

3. เอกสารฝั่งรายจ่ายและใบกำกับภาษีซื้อ

รวบรวมใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีซื้อตัวจริงของค่าวัตถุดิบ ค่าเช่า ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน และค่าบริการต่างๆ โดยต้องมีข้อความครบถ้วนตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร (ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก และระบุคำว่า "สำนักงานใหญ่" หรือ "สาขา" ของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย) ทั้งนี้ ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีสามารถนำมาใช้เป็นเครดิตภาษีได้ไม่เกิน 6 เดือนนับจากเดือนที่ออกเอกสารตามมาตรา 82/3 หากพ้น 6 เดือน จะไม่สามารถเคลมภาษีซื้อได้ แต่ยังบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ทั้งจำนวนรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

4. เอกสารภาษีหัก ณ ที่จ่ายและประกันสังคม

รวบรวมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ทั้งเอกสารที่บริษัทถูกลูกค้าหักไว้ (เพื่อใช้เป็นเครดิตภาษีสิ้นปี) และเอกสารที่บริษัทออกหักผู้รับเงินไว้เมื่อจ่ายค่าบริการ (3%), ค่าจ้างทำของ (3%), ค่าเช่าทรัพย์สิน (5%) หรือค่าโฆษณา (2%) พร้อมสำเนาแบบยื่น ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 และใบเสร็จรับเงินสมทบกองทุนประกันสังคม (สปส. 1-10) ทุกเดือน

5. ทะเบียนสินทรัพย์ สัญญาทางธุรกิจ และรายงานสต็อกสินค้า

จัดเตรียมสัญญาเช่าอาคาร สัญญาจ้างบริการระยะยาว เอกสารการซื้อสินทรัพย์ถาวร (คอมพิวเตอร์ เครื่องจักร ยานพาหนะ เฟอร์นิเจอร์) เพื่อคำนวณค่าเสื่อมราคาตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) รวมถึงรายงานตรวจนับสินค้าและวัตถุดิบคงเหลือ ณ วันสิ้นงวดบัญชี (Physical Stock Count Sheet) เพื่อใช้คำนวณต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold) ที่เกิดขึ้นจริง

ขั้นตอนการสะสางเอกสารและปรับปรุงงบการเงิน

กระบวนการสะสางการทำบัญชีย้อนหลังมีลำดับขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานวิชาชีพ 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้:

  1. การคัดแยกและตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสาร (Document Sorting & Screening): จัดหมวดหมู่เอกสารตามลำดับวันที่และประเภทบัญชี (สินทรัพย์ หนี้สิน ทุน รายได้ ค่าใช้จ่าย) พร้อมตรวจสอบเอกสารรายจ่ายว่ามีหลักฐานผู้รับเงินชัดเจนตามเกณฑ์ประมวลรัษฎากรหรือไม่
  2. การกระทบยอดบัญชีและตรวจสอบภาษี (Reconciliation & Tax Audit): จับคู่ยอดเคลื่อนไหวใน Bank Statement กับใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน และรายงานภาษี (ภ.พ.30, ภ.ง.ด.1/3/53) หากพบรายการเงินออกที่ไม่มีใบเสร็จ ต้องจัดทำใบสำคัญจ่าย (Payment Voucher) พร้อมแนบหลักฐานการจ่ายเงินและสำเนาบัตรประชาชนผู้รับเงิน
  3. การบันทึกรายการปรับปรุงและปิดบัญชี (Adjusting Entries & Final Trial Balance): บันทึกตัดจ่ายค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ บันทึกรายจ่ายค้างจ่าย (เช่น ค่าสอบบัญชี ค่าเช่าเดือนสุดท้าย) รายได้ค้างรับ และบันทึกสินค้าคงเหลือปลายงวด เพื่อจัดทำงบทดลอง งบกำไรขาดทุน และงบแสดงฐานะการเงินส่งมอบให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) หรือผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ตรวจสอบ

ตารางเปรียบเทียบ: ทำบัญชีสม่ำเสมอรายเดือน VS สะสางทำบัญชีย้อนหลังรวดเดียวสิ้นปี

เกณฑ์การเปรียบเทียบ ทำบัญชีต่อเนื่องรายเดือน สะสางทำบัญชีย้อนหลังสิ้นปี
ความครบถ้วนของเอกสาร เอกสารสมบูรณ์ ติดตามเอกสารที่สูญหายได้ทันที เอกสารมักตกหล่น หมึกใบเสร็จความร้อนซีดจางจนใช้เป็นหลักฐานไม่ได้
การใช้สิทธิเครดิตภาษีซื้อ ยื่นขอคืนหรือเครดิตภาษีซื้อได้ครบ 100% ทุกงวด เสี่ยงเกินกำหนด 6 เดือนตามมาตรา 82/3 ทำให้เสียสิทธิเครดิตภาษี
ความเสี่ยงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ไม่มีเบี้ยปรับ ยื่นภาษีตรงตามกำหนดเวลา มีภาระเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน และค่าปรับแบบยื่นล่าช้าสะสมรายเดือน
การควบคุมสภาพคล่อง ทราบภาระภาษีล่วงหน้า วางแผนเงินสดได้ต่อเนื่อง ต้องชำระภาษีสะสมและค่าใช้จ่ายปิดงบเป็นเงินก้อนใหญ่ในคราวเดียว

ตัวอย่างคำนวณจริง: บทเรียนการเคลียร์บัญชีย้อนหลังของคาเฟ่ย่านนิมมาน เชียงใหม่

สมมุติกรณีศึกษาของบริษัทจำกัด ดำเนินธุรกิจคาเฟ่และเบเกอรี่ย่านนิมมานเหมินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ เข้าเกณฑ์อัตราภาษี SME มีตัวเลขทางการเงินตลอดรอบปีบัญชี 2569 ดังนี้:

  • รายได้รวมทั้งปี: 3,600,000 บาท
  • รายจ่ายที่เกิดขึ้นจริง: 2,400,000 บาท (วัตถุดิบ ค่าจ้าง ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค)

กรณีที่ 1: ละเลยการทำบัญชี เอกสารรายจ่ายไม่สมบูรณ์ 1,000,000 บาท
เนื่องจากไม่มีการรวบรวมเอกสารรายเดือน ทำให้บิลค่าวัตถุดิบและค่าจ้างชั่วคราวรวม 1,000,000 บาท ไม่มีใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงินที่ระบุชื่อผู้รับเงิน จึงถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี สรรพากรจึงอนุญาตให้หักรายจ่ายได้เพียง 1,400,000 บาท

  • กำไรสุทธิเพื่อคำนวณภาษี = 3,600,000 - 1,400,000 = 2,200,000 บาท
  • คำนวณภาษีตามขั้นอัตรา SME:
    • กำไร 300,000 บาทแรก = ยกเว้นภาษี (0 บาท)
    • กำไรส่วนที่เหลือ 1,900,000 บาท x อัตราภาษี 15% = 285,000 บาท
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระ: 285,000 บาท

กรณีที่ 2: รวบรวมเอกสารและทำบัญชีย้อนหลังถูกต้องครบถ้วน
เมื่อสะสางเอกสาร จัดทำใบสำคัญจ่ายพร้อมหลักฐานการโอนเงินและใบเสร็จที่สมบูรณ์ ทำให้สามารถบันทึกรายจ่ายจริงได้ครบ 2,400,000 บาท

  • กำไรสุทธิทางภาษีที่แท้จริง = 3,600,000 - 2,400,000 = 1,200,000 บาท
  • คำนวณภาษีตามขั้นอัตรา SME:
    • กำไร 300,000 บาทแรก = ยกเว้นภาษี (0 บาท)
    • กำไรส่วนที่เหลือ 900,000 บาท x อัตราภาษี 15% = 135,000 บาท
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระ: 135,000 บาท

การจัดระเบียบเอกสารและทำบัญชีให้ถูกต้องช่วยประหยัดเงินภาษีได้ทันทีถึง 150,000 บาท โดยยังไม่รวมความเสี่ยงจากเบี้ยปรับ 1-2 เท่า และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนหากถูกตรวจสอบย้อนหลัง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อต้องทำบัญชีย้อนหลัง

ข้อผิดพลาดหลักที่มักทำให้การสะสางบัญชีล่าช้าและเกิดภาระภาษีส่วนเพิ่มโดยไม่จำเป็น ได้แก่:

  • การใช้บัญชีเงินฝากส่วนตัวรับเงินของกิจการ: เมื่อมีเงินเข้าบัญชีส่วนตัวแต่เป็นรายได้ของบริษัท หากไม่นำมารวมยื่นภาษี เมื่อถูกตรวจสอบ สรรพากรจะประเมินรายได้ย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ และอาจถูกคิดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมกรรมการตามมาตรา 65 ทวิ (4) หากมีการโอนเงินระหว่างบัญชีบุคคลและบริษัทโดยไม่มีสัญญาเงินกู้
  • การละเลยการหักภาษี ณ ที่จ่าย: การจ่ายค่าเช่าหรือค่าจ้างบริการแต่ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายและไม่ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 กรณี e-Filing) ผู้จ่ายต้องร่วมรับผิดในหนี้ภาษี พร้อมเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ค้าง
  • การใช้บิลเงินสดที่ไม่ระบุตัวตนผู้รับเงิน: บิลเงินสดเขียนมือจากร้านค้าทั่วไปที่ไม่มีชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวประชาชนหรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของผู้รับเงิน ไม่สามารถใช้เป็นรายจ่ายทางภาษีตามเกณฑ์ของ กรมสรรพากร ได้ เว้นแต่จะจัดทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน (แบบ บภ.58) พร้อมแนบหลักฐานการจ่ายเงินที่ตรวจสอบได้

เลือกผู้ช่วยรับทำบัญชี เชียงใหม่ อย่างไรให้เคลียร์เอกสารจบ ไม่ปวดหัวซ้ำซ้อน

หากปริมาณเอกสารคั่งค้างเกินกำลังที่ทีมงานภายในจะจัดการได้ทัน การเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านรับทำบัญชี เชียงใหม่ ที่มีความชำนาญในข้อกำหนดภาษีท้องถิ่นและทำงานผ่านระบบ Cloud Accounting จะช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมาก สำนักงานบัญชีมืออาชีพควรมีระบบรับ-ส่งเอกสารดิจิทัล ติดตามงานผ่านช่องทางที่รวดเร็ว และมีกระบวนการกระทบยอดที่โปร่งใส

สำหรับธุรกิจที่มีรายการขายหน้าร้านจำนวนมาก การเลือกใช้ บริการรับทำบัญชีครบวงจร ที่เชื่อมโยงกับ โปรแกรม POS สำหรับร้านค้า มูลค่า 15,000 บาท (บริการฟรีเมื่อใช้บริการบัญชีรายเดือน) จะช่วยบันทึกยอดขายและตัดสต็อกสินค้าเข้าสู่ระบบบัญชีได้โดยอัตโนมัติ ป้องกันปัญหาเอกสารสูญหายในอนาคต และสนับสนุน การวางแผนภาษี ประจำปีได้อย่างแม่นยำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำบัญชีย้อนหลัง

1. กรมสรรพากรมีอำนาจตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้กี่ปี?

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 19 เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ยื่นแบบแสดงรายการ แต่หากมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการแสดงรายการไม่ถูกต้องหรือมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจอนุมัติขยายเวลาออกหมายเรียกได้สูงสุดถึง 5 ปี และในกรณีที่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเลย อายุความการประเมินภาษีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 จะมีกำหนด 10 ปี

2. หากเอกสารใบเสร็จค่าใช้จ่ายสูญหาย สามารถบันทึกเป็นรายจ่ายทางภาษีได้อย่างไร?

หากใบเสร็จรับเงินสูญหาย กิจการสามารถใช้เอกสารทางเลือกตามแนวทางกรมสรรพากร ได้แก่: (1) สลิปหลักฐานการโอนเงินผ่านระบบธนาคารที่ระบุชื่อบัญชีผู้รับเงินชัดเจน คู่กับใบส่งของหรือใบสั่งซื้อ (2) จัดทำ "ใบสำคัญจ่าย" (Payment Voucher) พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับเงิน หรือ (3) กรณีจ่ายค่าบริการหรือสินค้าเบ็ดเตล็ด ให้จัดทำ "ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน" (แบบ บภ.58) โดยผู้จ่ายเงินเป็นผู้รับรองการจ่ายจริง

3. ลืมยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1/3/53) ย้อนหลังหลายเดือน มีค่าปรับและเงินเพิ่มอย่างไร?

การยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายย้อนหลัง มีภาระค่าใช้จ่าย 2 ส่วน ได้แก่: (1) ค่าปรับแบบแสดงรายการตามมาตรา 35 ฉบับละ 100 บาท (หากยื่นภายใน 7 วันนับจากวันพ้นกำหนด) หรือฉบับละ 200 บาท (หากเกิน 7 วัน) ต่อแบบต่อเดือน และ (2) เงินเพิ่มตามมาตรา 89/1 ในอัตรา 1.5% ต่อเดือน (เศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน) คำนวณจากยอดภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ต้องนำส่งนับจากวันที่ครบกำหนดยื่น

4. กำหนดเวลาปิดงบการเงินและยื่นภาษีประจำปี 2569 ต้องดำเนินการภายในเมื่อใด?

สำหรับนิติบุคคลที่มีรอบบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2569 มีกำหนดการตามกฎหมายดังนี้: (1) จัดประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงินภายใน 4 เดือน (ภายใน 30 เมษายน 2570) (2) นำส่งงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 1 เดือนนับแต่วันประชุม (ภายใน 31 พฤษภาคม 2570) และ (3) ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมชำระภาษีต่อกรมสรรพากรภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นสุดรอบบัญชี (ภายใน 30 พฤษภาคม 2570 หรือตามกำหนดขยายเวลาของระบบ e-Filing)

สรุปแนวทางจัดการบัญชี และเริ่มต้นใหม่อย่างมั่นใจ

การสะสางและทำบัญชีย้อนหลังไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเริ่มต้นลงมือรวบรวมเอกสารทั้ง 5 หมวดหมู่อย่างเป็นระบบ การจัดการตัวเลขให้ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยปกป้องธุรกิจของคุณจากค่าปรับและภาระภาษีที่ไม่ควรเสีย ทำให้งบการเงินสะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริง พร้อมสำหรับการขอสินเชื่อหรือขยายกิจการในอนาคต

หากคุณกำลังเผชิญปัญหาเอกสารคั่งค้าง สับสนกับตัวเลข หรือรู้สึกไม่สบายใจกับการประสานงานกับสำนักงานบัญชีเดิมที่ติดต่อยากและทิ้งงาน คุณสามารถเปลี่ยนมาให้เราช่วยดูแลและวางระบบเอกสารใหม่ได้อย่างราบรื่น ปรึกษาเบื้องต้นได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติดต่อ YMTD Accounting Partner เชียงใหม่ โทร 081-542-3019 หรือ LINE: @premwittawat


บทความที่เกี่ยวข้อง

เงินปันผล 2569: สรุปเกณฑ์ภาษีใหม่และวิธีคำนวณที่ต้องรู้
11 ก.ค. 2569

เงินปันผล 2569: สรุปเกณฑ์ภาษีใหม่และวิธีคำนวณที่ต้องรู้

ความรู้ บัญชีภาษี
ภาษี SME เชียงใหม่ 2569: 3 ประเภทหลัก มือใหม่ต้องรู้!
02 เม.ย. 2569

ภาษี SME เชียงใหม่ 2569: 3 ประเภทหลัก มือใหม่ต้องรู้!

ความรู้ บัญชีภาษี